Saturday, April 30, 2016

ฮือฮา!! พบ "โบสถ์นกขนาดยักษ์" สุดพิศวง ถูกทิ้งร้างกลางป่าในอินโดนีเซียเป็นระยะเวลานานหลายสิบปี!! (ชมภาพ)


ตื่นตาตื่นใจ!! "โบส์รูปนก" ที่ปล่อยให้ทิ้งร่างกลางป่าใหญ่ในอินโดนีเซีย ซึ่งเคยเป็นคริสตจักรขนาดใหญ่ แล้วกลายมาเป็นสถานที่บำบัดพักพิงของผู้คน สถานที่แห่งนี้จะน่าพิศวงมากเพียงไหนนั้นไปชมกันเลย!!


เว็บไซต์ เดลี่เมล ของอังกฤษ ได้มีการโพสต์รูปโบสถ์ที่มีลักษณะเหมือนกับไก่ตัวขนาดใหญ่ยักษ์นอนอยู่กลางป่าใหญ่ ซึ่งได้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก และได้มีการแวะเวียนไปเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้กันทุกๆ ปี

โบส์แห่งนี้มีชื่อเรียกว่า คริสตจักรเกเรจา อายัม (Gereja Ayam) ตั้งอยู่ในป่าลึกของประเทศอินโดนีเซีย บริเวณเทือกเขาเกเจลัง ในจังหวัดชวากลาง ซึ่งถูกปล่อยทิ้งให้รกร้างมาเป็นระยะเวลานานแล้ว

ทางด้านนายเดเนียล อลัมซจาห์ ผู้สร้างโบสถ์แห่งนี้ ปัจจุบันอายุ 67 ปี  อ้างว่าเขาได้รับสารจากผู้เป็นพระเจ้าให้สร้างห้องสวดมนต์ให้ออกมาเป็นรูปทรงของนกพิราบ ซึ่งไม่ใช่โบสถ์สำหรับชาวคริสเตียนเท่านั้น แต่ให้สำหรับทุกศาสนาที่เชื่อในพระเจ้า จากนั้นเขาได้ลงมือก่อสร้างตรงบริเวณดังกล่าวในปี 2532



เขาเผยว่า ครั้งหนึ่งเคยมีผู้มาขอซื้อพื้นที่แห่งนี้ทั้งหมด 3,000 ตารางเมตร ด้วยราคาเพียง 2 ล้านรูปี หรือราว 6,000 บาท เท่านั้น ซึ่งเขาได้ปฏิเสธไป หลังจากนั้นที่แห่งนี้เริ่มกลายเป็นสถานที่บำบัดพักพิงของผู้คนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเด็กผู้พิการ ผู้ติดยาเสพติด หรือแม้กระทั่งคนบ้า จนกระทั่งในปี 2543 เนื่องจากทนรับกับค่าใช้จ่ายไม่ไหว จึงปิดตัวลงและถูกปล่อยให้รกร้าง

ถึงอย่างก็ยังคงมีผู้คนเข้าแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมชมอยู่ตลอดแม้กระทั่งเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานของคู่รักเลยทีเดียว ซึ่งอาจจะเป็นเพราะความลึกลับบางอย่าง ที่มีเสน่ห์มนตร์ขลังก็เป็นได้

ล่าสุดโบสถ์ดังกล่าวได้กลายเป็นสถานที่ท้องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่ง โดยผู้คนต่างพากันตั้งชื่อเรียกกันไปต่าง ๆ อาทิ โบสถ์ไก่, โบสถ์นก, โบถส์นกพิราบ และอื่น ๆ ซึ่งภายในโบสถ์นั้นมีทั้งหมด 15 ห้อง และมืดมากเพราะไม่มีไฟ และบางห้องกลายเป็นถ้ำเป็นที่อยู่ของค้างคาวไปแล้ว ตามผนังภายในจะพบรอยขูดเขียนรูปประหลาดอยู่ทั่ว สถานที่แห่งนี้จะน่าพิศวงมากเพียงไหนนั้นไปชมกันเลย!!



ที่มา :http://www.tnews.co.th/html/content/152698/

ด่วน!! แดง จิตกร เสียชีวิตอย่างสงบแล้ว หลังร้องขอ อยากกลับบ้าน

 

ที่มา สยามดารา
ปิดตำนาน "มนต์รัก ตจว." นักร้องลูกทุ่งอีสานชื่อดัง "แดง จิตกร" เสียชีวิตอย่างสงบแล้ว ด้วยโรคมะเร็ง ในวัย 46 ปี หลังเมียและญาติร่ำไห้ทำพิธีขอขมา ย้ายออกจาก รพ.บุรีรัมย์ ไปรักษาตัวต่อที่บ้าน อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ตามความต้องการของเจ้าตัว ตามความต้องการ "อยากกลับบ้าน"

    จากกรณีที่ นายสมจิตร เกตุภูเขียว หรือ "แดง จิตกร" อายุ 46 ปี นักร้องลูกทุ่งอีสานชื่อดัง ที่มีเพลงครองใจมหาชน อาทิ มนต์รักตจว., หัวใจคิดฮอด ฯลฯ ล้มป่วยหนักด้วยโรคมะเร็งที่โพรงจมูก ระยะสุดท้าย รักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียู รพ.บุรีรัมย์ โดยมี นางอุไรวรรณ เกตุภูเขียว อายุ 44 ปี  และญาติเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิดด้วยความเป็นห่วง ท่ามกลางการติดตามความเคลื่อนไหวด้วยความเป็นห่วงเป็นใยของมิตรรักแฟนเพลง และมีสายธารน้ำใจหลังไหลให้การช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก

    ความคืบหน้าล่าสุดช่วงค่ำวันนี้ (30 เม.ย.) เวลา 20.40 น. แดง จิตกร ได้เสียชีวิตแล้วอย่างสงบ  ที่บ้านเลขที่ 94 ม. 7 บ้านทุ่งสว่าง ต.ตูมใหญ่  อ.คูเมือง จ. บุรีรัมย์  ด้วยโรคมะเร็งที่โพรงจมูก ในวัย 46 ปี  โดยผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นางพัชรธิดา หรือ "พัช" อายุ 45 ปี ภรรยา ที่ จ.สกลนคร  ว่า "แดง จิตกร" ได้เสียชีวิตอย่างสงบแล้ว ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของคนในครอบครัวที่เฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด โดยนางพัชรธิดากล่าวทั้งน้ำตาว่า ตอนนี้พี่แดงไม่ได้อยู่กับเราแล้ว โดยตนทราบข่าวการเสียชีวิตมากจากญาติของแดง จิตกร ซึ่งคอยติดตามอาการอยู่ที่บ้านของแดง จิตกร ตั้งแต่ย้ายออกจากโรงพยาบาลบุรีรัมย์กลับไปรักษาตัวต่อที่บ้าน  


 

 ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปทางนางอุไรวรรณ ภรรยา ที่ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ได้รับการเปิดเผยว่า แดง จิตกร ได้เสียชีวิตอย่างสงบแล้วจริง โดยนางอุไรวรรณ เปิดใจร่ำไห้กล่าวกับผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆ ว่า พี่แดงเสียแล้ว ไปสบายแล้ว ก่อนเสียชีวิตได้มีการปั๊มหัวใจยื้อชีวิต

    ด้าน น.ส.วิรุณยุพา ใยแก้ว น้องสาวต่างบิดาของ แดง จิตกร ได้รับการยืนยันว่า แดง จิตกร พี่ชายได้เสียชีวิตอย่างสงบแล้วจริง เวลา 20.40 น.

    ทั้งนี้เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน นางอุไรวรรรณ และญาติ ได้ทำเรื่องขออนุญาตทางแพทย์พา แดง จิตกร ออกไปรักษาตัวที่บ้าน โดยนางอุไรวรรณ เปิดเผยว่า เตรียมนำตัว แดง จิตกร ออกจากรพ.ไปพักรักษาตัวที่บ้าน จริงในเวลาประมาณ 14.00 น. ซึ่งเป็นไปตามความต้องการของสามี ที่บ่นกับตนว่าอยากกลับบ้าน และให้พากลับบ้านมาต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย. มาจนถึงวันนี้ โดยตนได้ศึกษาวิธีการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองจากพยาบาล เพื่อนำไปใช้ดูแลสามีขณะพักรักษาตัวที่บ้านแล้ว

    โดยก่อนย้ายออกจากรพ. นางอุไรวรรณ และญาติได้ทำพิธีขอขมา แดง จิตกร ต่อสิ่งที่ได้ล่วงเกินทั้งที่ตั้งใจ และมิได้ตั้งใจ ทั้งทางกาย วาจา ใจ บริเวณเตียงผู้ป่วยที่ แดง จิตกร นอนรักษาตัว ร่วมกับเจ้าหน้าที่  โดยมีพานดอกไม้ประกอบพิธีซึ่งระหว่างนั้นนางอุไรวรรณและญาติมีสีหน้าวิตกกังวล และร่ำไห้ระหว่างทำพิธีดังกล่าวด้วย


 

     "แดง จิตกร"  มีชื่อจริงว่า นายสมจิต เกตุภูเขียว อยู่ที่บ้านทุ่งสว่าง ต.ตูมใหญ่ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ภรรยาชื่อ อุไรวรรณ เกตุภูเขียว มีบุตรด้วยกัน 3 คน เป็น หญิง 2 ชาย 1 และมีภรรยาที่ จ.สกลนคร ชื่อนางพัชรธิดา ทะชัยวงศ์ มีบุตรสาวด้วยกัน 1 คน  


 

   "แดง จิตกร" ต้องหยุดเรียนระดับวิทยาลัย เพราะพ่อป่วย ไม่มีเงินส่งเรียนต่อ  เรียนหนังสือจบแค่ชั้น ป.4 พ่อแม่แยกทางกัน จึงอยู่กับยายมาตั้งแต่เด็ก ด้วยความที่เป็นลูกชาวนาชาวไร่ ทำให้มุมานะอดทนทำงานสารพัดที่ จ.ขอนแก่น แต่ด้วยใจรักเสียงเพลงผลักดันให้เข้ามาสมัครเป็นคอนวอยในวงดนตรี ชื่อว่า "วงชุมแพ คอมพิวเตอร์" ที่ จ.ขอนแก่น ด้วยใจคิดฝันไปว่าวันข้างหน้าหัวหน้าคณะจะให้ร้องเพลงบ้าง แล้ววันหนึ่งนักร้องประจำวงป่วย เขาจึงถูกเรียกตัวให้ร้องแทน วันนั้นทำได้ดี จึงถูกจ้างให้เป็นนักร้องประจำวงตั้งแต่นั้นมา

    เส้นทางการเป็นนักร้องจึงเริ่มต้นขึ้น เมื่อเขามีโอกาสทำเพลงให้บริษัทท็อปไลน์ เป็นผู้จัดจำหน่าย ผลงานที่สร้างชื่อให้เขาก็คือ เพลง "น้ำตาผ่าเหล้า" และล่าสุด คือ เพลง "หัวใจคิดฮอด" เป็นผลงานการแต่งของ "ครูสลา คุณวุฒิ" และ เพลง "มนต์รัก ตจว." เป็นผลงานการแต่งของ "พิณ พานทอง" อีกนามแฝงของครูสลา คุณวุฒิ ที่ใช้แต่งเพลงเพื่อศิษย์ต่างค่าย

    "แดง จิตกร" ป่วยด้วยโรคมะเร็งที่โพรงจมูก และรักษาตัวมานานนับปี ก่อนเสียชีวิต ปิดตำนานมนต์รักตจว. อย่างสงบในวัย 46 ปี

 ที่มา :http://www.siamupdate.com/news-182569


หมาขี้งอน! เห่าบ่นสารพัด จนสุดท้ายเจ้าของทนไม่ไหวต้องง้อด้วยวิธีนี้?? น่ารักสุดๆ ไปเลย!! (ชมคลิป)



น่ารักสุดๆ!! เมื่อเจ้าหมาไซบีเรียนตัวนี้เกิดอาการงอนเจ้าของ มันเลยทั้งบ่นสารพัด วิ่งหนีไม่ยอมให้จับ และไม่ว่าเจ้าของจะพยายามง้อสักเท่าไรก็ไม่เป็นผล ขอบ่นจนกว่าจะพอใจ แถมยังแสนรู้ประชดประชันว่าเจ้าของรักตัวอื่นมากกว่า

จนนายสาวต้องง้อ ด้วยการแบกมันขึ้นมาอุ้มไปส่งที่รถ จนในที่สุดสถานการณ์ก็สงบ! นายสาวถึงกับบ่นว่า "ชีวิตนี้ไม่เคยคิดเล้ยยยย ว่าจะต้องมานั่งเอาใจหมา!!"



ที่มา :http://www.tnews.co.th/html/content/151465/

Friday, April 22, 2016

ช็อก !! สาววัย 21 ซัด “ผลิตภัณฑ์ระเบิดพุง” ดับคาที่นอน พ่อเปิดประตูเข้าไปเจอศพแทบผงะเมื่อเห็นสภาพและพบซองยายี่ห้อนี้ ??



(21 เม.ย.) ตำรวจ สภ.หนองแค พร้อมกับแพทย์โรงพยาบาลและกองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบบ้านพัก พื้นที่หมู่ 3 ตำบลโคกแย้ อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ที่เกิดเหตุพบศพ นางสาวกนกวรรณ อายุ 21 ปี นอนเสียชีวิตในสภาพไม่สวมเสื้อผ้า คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน
จากการสอบสวนพ่อผู้ตาย ทราบว่า บ้านหลังดังกล่าวพักอาศัยกันเพียง 2 คนพ่อลูก โดยพฤติกรรมผู้ตายเป็นคนไม่ชอบสุงสิงกับใคร เก็บตัวเงียบอยู่แต่ในห้อง ส่วนใหญ่จะใช้เวลาทั้งวันเล่นเฟซบุ๊กไม่ออกมาพบปะใครแม้กระทั่งพ่อที่อาศัยอยู่ด้วยกัน

2
ขณะที่เพื่อนผู้ตาย บอกว่า เคยเห็นเพื่อนสั่งยาลดความอ้วนหรือที่เรียกว่ากันว่า “ยาระเบิดพุง” มากิน โดยสั่งผ่านทางเฟซบุ๊ก ซึ่งตนเองเคยเตือนหลายครั้ง จึงคาดว่าสาเหตุของการเสียชีวิตน่าจะเกิดจากกินยาลดความอ้วนดังกล่าว
ด้านเจ้าหน้าที่ตรวจสอบในที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้ พบเพียงห่อยาลดความอ้วนจำนวนหนึ่งจึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นจึงได้ส่งศพไปยังสถาบันนิติเวชเพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

3
อย่างไรก็ตาม ภก. ประพนธ์ อางตระกูล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา และในฐานะโฆษกสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยว่า ยาลดความอ้วนที่ซื้อมาจากร้านค้าออนไลน์เป็นยาอันตราย จึงอยากจะเตือนไปยังผู้ที่ต้องการลดความอ้วน ว่าอย่าหลงเชื่อโฆษณาชวนเชื่อต่างๆ ขายยาลดความอ้วนผ่านทางสื่อต่างๆ ทั้งยาระเบิดพุง หรือยาสลายไขมัน เป็นยาอันตราย เสี่ยงได้รับผลข้างเคียง เพราะยาลดความอ้วนส่วนใหญ่ออกฤทธิ์ลดความอยากอาหาร กระตุ้นประสาทส่วนกลาง เสี่ยงเกิดโยโย่เอฟเฟคท์ คือน้ำหนักเพิ่มหลังหยุดกินยา นอนไม่หลับ เวียนศีรษะ วิตกกังวล ตาพร่า หรืออาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
ทั้งนี้ ภก. ประพนธ์ กล่าวว่า การลดน้ำหนักที่ถูกต้อง คือ การควบคุมอาหาร ลดอาหารมัน อาหารทอด การออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ พร้อมยืนยันว่าการขายยาผ่านทางโซเชียลมีเดีย หรือร้านขายยาต่าง ๆ นั้น เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย
ที่มา :http://www.thaijam.com/13227

Thursday, April 21, 2016

การไถ่ชีวิตโคกระบือนั้นจะได้อานิสงส์ใหญ่ ขอแนะนำวิธีกรรมที่ถูกต้อง ได้บุญกุศล




การไถ่ชีวิตโคกระบือนั้นจะได้อานิสงส์ใหญ่ เพราะถือเป็นชาติที่ใกล้มนุษย์(หมายถึงเชื่อว่าชาติต่อไปของโคกระบือมีสิทธิ์มากที่จะได้เกิดมาเป็นมนุษย์) การที่โคกระบือถูกจับเข้าโรงฆ่าสัตว์จะทำให้จิตเศร้าหมอง ในขณะตายจึงทำให้ชาติต่อไปเดิมมีสิทธิ์ได้มาเกิดเป็นมนุษย์จะต้องเสียโอกาสเพราะจิตเศร้าหมอง การไถ่ชีวิตโคกระบือจึงหมายถึงช่วยให้สัตว์ในอบายภูมิสามารถกลับมาเกิดเป็นมนุษย์โดยช่วยให้จิตไม่เศร้าหมองทรมานก่อนตาย อีกทั้งผู้ที่ทำบุญด้วยการบริจาคทรัพย์ไถ่ชีวิตโคกระบือ ด้วยอานิสงส์ผลบุญในด้านการช่วยเหลือชีวิตคนหรือสัตว์อื่นให้รอดพ้นจากความตายนั้น จะได้รับอานิสงส์คือมีอายุที่ยืนยาวปราศจากสรรพทุกข์ สรรพโศก สรรพภัย ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ รอดพ้นจากกรรม ที่เรียกว่าชะตาขาดหรือหมดวัยอันควร หรือการเจ็บป่วยด้วยโรคกรรมก็ตาม ใครเจ็บไข้ได้ป่วยลองตั้งจิตอธิษฐานดีๆ ร่วมบุญนี้ร่วมกันนะคะ
=================
คำอธิษฐาน

ข้าพเจ้าชื่อ……….สกุล……….เกิดวันที่……….เดือน……….พ.ศ………..อายุ……….
ขออธิษฐานจิตบูชา ขอกุศลผลบุญที่หมู่ข้าพเจ้าได้ร่วมให้ทานชีวิตสัตว์ กราบถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ ตั้งแต่องค์ปฐมจนถึงองค์ปัจจุบัน และทุกพระองค์ในอนาคต กราบถวายแด่คุณพระธรรมคำสั่งสอนที่ตรัสไว้ดีแล้ว กราบถวายแด่องค์พระศรีอริยะเมตตรัย และพระสงฆ์สาวกผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบทุกพระองค์ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายแด่เทพพรหมเทวา ทั่วทั้งสามแดนโลกธาตุ คุณครูบาอาจารย์ทุกพระองค์ทุกท่าน คุณพระแม่ธรณี พระแม่คงคา พระเพลิง พระพาย พระพิรุณพระอินทร์ พระพรหม พระยายมราช ท้าวจตุโลกบาลทุกพระองค์ทุกท่าน พระยานาคราชทั่วทุกแดน มาเป็นทิพย์พยาน
วันนี้ข้าพเจ้าตั้งจิตเป็นมหากุศลในการปลดปล่อยชีวิตสัตว์เป็นทาน คือปล่อย. ควายเผือกแม่ลูก จำนวนรวม สองตัว
ปล่อย เพื่อให้เป็นที่พึ่งแก่ตนเอง เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ศัตรูและเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ตัวที่เป็นที่พึ่งขอให้นำความสุขและโชคลาภมาให้ข้าพเจ้า ตัวที่ให้กับศัตรูและเจ้ากรรมนายเวร จงนำเอาสรรพทุกข์ สรรพโศก สรรพโรค สรรพภัยสรรพเคราะห์ เสนียดจัญไร ออกไปจากตัวข้าพเจ้า ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ขอทุกพระองค์ทุกท่านโปรดเมตตา มาเป็นสักขีพยาน รับทราบกุศลเจตนาของข้าพเจ้า ขอทุกพระองค์จงอนุโมทนาสาธุการ ในกุศลผลบุญที่หมู่ข้าพเจ้าได้ร่วมกันทำแล้ว และจะทำต่อไป ขอโปรดคุ้มครองชีวิตสัตว์ทั้งหลายนี้ ให้ปลอดภัยจนสิ้นอายุขัย ขอให้สรรพสัตว์ทั้งหลายที่ถูกปลดปล่อยนี้ จงเป็นอิสรภาพสู่ผืนดิน สู่ผืนน้ำ สู่ท้องฟ้านภากาศ สู่สถานที่ที่ควรจะอยู่ และรักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งปวงเถิด
ขออานิสงส์ผลบุญกุศลในครั้งนี้ จงสะเดาะเคราะห์ร้ายของข้าพเจ้า (เอ่ยชื่อ……….นามสกุล……….) ให้กลับกลายเป็นดี มีความร่มเย็นเป็นสุขตั้งแต่บัตินี้เป็นต้นไป จงหมดเคราะห์ หมดโศก หมดโรค หมดภัยปราศจากบาปเวรใดๆ มาแผ้วพาน ให้อยู่เย็นเป็นสุขตลอดกาล
ขออานิสงส์ผลบุญนี้จงเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ข้าพเจ้า ตราบใดที่ยังต้องเวียนว่ายตายเกิด ขอให้ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ได้มีอายุยืนยาว ได้พระพบพระพุทธศาสนาและพบวิปัสสนากรรมฐาน ทุกชาติทุกภพ จนกว่าจะถึงซึ่งพระนิพพานเทอญ สาธุ สาธุ สาธุ

ที่มา :http://www.naarn.com/3445/

แชร์เพียบ!! อาสาช่วยเหลือคนเจ็บ มอไซค์ล้ม แต่มือดันวางอยู่ตรงนี้ ทำเอาชาวเน็ตเม้นท์สนั่น!!!

หลังจากมีการแชร์ ภาพอาสาฯ ช่วยคนบาดเจ็บมอเตอร์ไซค์ล้ม แต่ชาวเน็ตตั้งข้อสังเกตุว่ามือของอาสาวางถูกที่ถูกทางไปหรือไม่ เพราะดันไปช้อนตรงหน้าอกของผู้บาดเจ็บพอดิบพอดี



แต่ชาวเน็ตบางส่วนมองว่าไม่เหมาะสมหรือเหมือนฉวยโอกาสจากผู้ได้รับบาดเจ็บ
2
แต่บางส่วนก็มองว่าอาจเป็นจังหวะที่อาสาต้องรีบฉวยเหลือ คงไม่ได้คิดฉวยโอกาสแต่อย่างไร การคิดแบบนี้อาจทำให้คนดีๆ หมดกำลังใจได้
3
ทั้งนี้ ภาพดังกล่าวมีการแชร์กันไปว่อนโลกโซเชี่ยล โดยที่มาภาพถูกแชร์จาก เฟซบุ๊ก 1,000 Clips รวมคลิปเด็ด
โดยระบุรายละเอียดว่า ว่า …
“13.28 น. 20/4/59 จยย.ล้มเองเป็นหญิงขับมาคนเดียวได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดทางเข้าชุมชนบ้านรอ ซอย 2 อ.เมือง จ.อ่างทอง
CREDIT:ข่าวอุบัติเหตุ และ ข่าวสารต่างๆ และในจังหวัดอ่างทอง”
ความเห็นชาวเน็ต

4
5
ที่มา :http://www.khaozaza.com/27729

คนนี้ไปไกลเงียบมาก!! นอกจาก “ชมพู่ อารยา” จะเป็นดาราหญิงคนแรกของเมืองไทย ที่ได้รับเครื่องหมายการันตีจากไอจี หลายคนยังไม่รู้!! มีสาวไทยคนนี้!อีกด้วยที่ได้รับเหมือนชมพู่ (ภาพ)


ดังไกลระดับโลกโกอินเตอร์เลยทีเดียวสำหรับนางเอกสาว ซุปตาร์แฟชั่นนิสต้า ชมพู่อารยา ที่ล่าสุดไดรับสิ่งนี้จากไอจี เพื่อนเป็นการยืนยันว่าเป็นผู้มีชื่อเสียง แต่ซึ่งต้องบอกเลยว่านอกจากสาวชมพู่คนไทยคนแรกแล้ว ยังมีสาวอีกหนึ่งคนจ้าที่ได้เหมือนกัน

3
4

ต้องขอแสดงความยินดีกับสาวชมพู่ และ สาวกาละแมร์ พัชรศรี อีกคนด้วยจ้า ที่ก็ได้รับเรื่องหมาย Verified Badge จากทางอินสตาแกรม เพื่อเป็นการยืนยันว่าเป็นผู้มีชื่อเสียงตัวจริงเสียจริง ซึ่งลักษณะเป็นเครื่องหมายถูกสีฟ้าหลังชื่อของเขาในไอจีนั่นเอง ซึ่งบอกเลยว่าคนดังระดับโลกหลายๆคนได้รับเครื่องหมายนี้ เช่น จัสติน บีเบอร์ หรือเทลเลอร์ สวิฟ ซึ่งในเมืองไทยมีชมพู่คนแรกที่ได้ และ ต่อมาก็อเป็นสาว กาละแมร์ พัชรศรี เบญจมาศ นั่นเอง ดีใจด้วยจ้า
5
6
7
อย่างที่เราๆ ทราบกันว่า สาวการะแมร์ เธอเป็นไอดอลของหลายๆคนเรื่องการดูแลตัวเองดีมากจริงๆ ทั้งเรื่องการออกกำลังกาย และการกินคลีน และนอกจากนั้น นางยังหลงรักการท่องเที่ยวไปทั่วโลก ตามสถานที่แปลกๆต่างๆมากกมาย และสำคัญคือ นางรักการเดินทางแบบคนเดียวด้วยนั่นเอง ซึ่งไอจีของเธอล้วนแต่จะเป็นการท่องเที่ยวที่แปลกๆต่างๆมากมาย เลยมีภาพสวยๆมาฝากแฟนๆบ่อยๆ
ดูหุ่นนางสิ ซิกแพคชัดเว่อ

8
นางกินคลีน ทำเองกินเอง คลีนสุดๆ

9
หลงรักการเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวไปทั่วโลก เพื่อเปิดโลกทัศน์ให้ตัวเธอเอง และการได้มีสมาธิอยู่กับตัวเอง

10
สาวเฮลตี้ สุดๆ

11
คนเดียว ท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ

12
ศึกษาวัฒธรรมที่ต่างๆรอบโลก หาแรงบันดาลใจ

13
14
15
ที่มา :http://www.yaimouth.com/44204