Showing posts with label สุขภาพ กีฬา. Show all posts
Showing posts with label สุขภาพ กีฬา. Show all posts

Friday, May 6, 2016

เช็คอาการท้องร้อง !! “เสียงโครกคราก” อาจไม่ใช่สาเหตุของการหิว แต่มันกำลังจะส่งสัญญาณอันตรายนี้ให้กับคุณมากกว่า??



 หลายๆคนคงจะเคยเป็นกับอาการที่ ได้ยินเสียงร้องของท้องตัวเอง คุณอาจจะคิดว่าเรากำลังหิวอยู่หรือไม่ แต่ความเป็นจริงแล้วเสียงร้องเช่นนี้เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงโรคภัยต่างหาก จะอันตรายแค่ไหนมาหาคำตอบจากคุณหมอผู้เชี่ยวชาญกันดีกว่า


 โรคที่คุณกำลังเป็นอยู่ คือ “โรคกระเพาะอาหารอักเสบ หรือแผลในกระเพาะอาหาร” ซึ่งเกิดขึ้นจากการทานอาหารไม่ตรงเวลา ความเครียด หรือนอนหลับไม่เพียงพอ ซึ่งมักจะมีอาการ ดังต่อไปนี้


 อาการของโรค

อาการจะเริ่มจากการที่ท้องร้องดัง (เหมือนกรดหลั่งออกมา) ตลอดเวลา โดยเฉพาะเวลานอนราบจะร้องโครกครากเหมือนคนหิวข้าว ทั้งๆที่เพิ่งทานข้าวไปหยกๆ และไม่มีความรู้สึกหิว อาการนี้จะเป็นบ่อยมากในช่วงก่อนเข้านอนบางครั้งก็มีอาการแน่นท้องจนน่ารำคาญมาก


 วิธีแก้ไข

1. คนไข้จำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยการรับประทานยาอย่างต่อเนื่องประมาณ 4-8 สัปดาห์

2. หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่จะทำให้อาการเป็นมากขึ้น ได้แก่ อาหารรสจัด เครื่องดื่มประเภทชา กาแฟ หรือแอลกอฮอล์ เป็นต้น

กรณีที่คนไข้ไม่ตอบสนองต่อการรักษา ควรปรึกษาอายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคระบบทางเดินอาหาร เนื่องจากคนไข้อาจจำเป็นต้องได้รับการตรวจด้วยวิธีการส่องกล้องตรวจระบบทางเดินอาหาร




ที่มา:http://www.thaijam.com/15008

Wednesday, May 4, 2016

นี่คือข้อยืนยัน จากการ ดื่ม “น้ำเต้าหู้” ติดต่อกันใน 1 สัปดาห์ กับผลลัพธ์ 3 ข้อ ที่น่าทึ่งมาก


 
สุขภาพดี เป็นสิ่งสำคัญ ปัยจจุบัน ผู้คนต่างหันมาใส่ใจ ดูแลสุขภาพตนเองมากขึ้น ด้วยวิธีการต่าง ๆ นานา ทั้งนี้ แล้วแต่ วิธีการที่ได้รู้ และ ได้รับทราบมา แต่ ท่านรู้หรือไม่ว่า การดื่มน้ำเต้าหู้ นั้น มีประโยชน์มาก ๆ ถึงแม้ว่า บางอาจไม่ชอบกลิ่น ไม่ชอบรสชาติก็ตาม แต่เชื่อว่า ยังมีหลาย ๆ คน ที่ชอบ รวมถึงแอดมิน เองด้วย แต่ มีเรื่องเล่าจากประสบการณ์ จากคนที่เค้าได้ดื่ม น้ำเต้าหู้ จะมาเล่าถึงประสบการณ์ ด้านสุขภาพให้ฟัง

      ต้องบอกก่อนว่าเราเป็นคนไม่ชอบกินน้ำเต้าหู้เลยเพราะไม่ชอบกลิ่นมัน วันนึงก็ได้คุยกับพี่คนนึง พี่แกเป็นคนรักสุขภาพมาก หุ่นของแกดูเฟิร์มมาก เราเห็นแกชอบกินน้ำเต้าหู้ แกก็บอกว่ามันมีประโยชน์มากมายอย่างนั้นอย่างนี้ ไอเราที่ช่วงนี้รู้สึกว่ากำลังอ้วนอยู่นะ เลยคิดจะกินบ้าง เราเลยซื้อมากินแทนอาหารมื้อเย็น แรกๆก็ต้องอดทนกับความโหยหิว แต่พอประมาณวันที่ 3 ก็เริ่มชินและเริ่มไม่ค่อยหิวไปเอง และสิ่งที่เราได้มานั่นก็คือ



1.ช่วยทำให้น้ำหนักลดลง
ทีแรกน้ำหนักเรา 53 แต่หลังจากลดอาหารเย็นเปลี่ยนมากินน้ำเต้าหู้แทน น้ำหนักเราเหลือแค่ 50 ก็เริ่มรู้สึกดีกับมันขึ้นมา เรากินแบบใส่น้ำตาลปกติ และใส่เครื่องเฉพาะแมงลักเพราะแมงลักมันทำให้อิ่ม มันไปพองในท้องคล้ายๆกับการกินซีโลสนั่นเอง1.ช่วยทำให้น้ำหนักลดลง
ทีแรกน้ำหนักเรา 53 แต่หลังจากลดอาหารเย็นเปลี่ยนมากินน้ำเต้าหู้แทน น้ำหนักเราเหลือแค่ 50 ก็เริ่มรู้สึกดีกับมันขึ้นมา เรากินแบบใส่น้ำตาลปกติ และใส่เครื่องเฉพาะแมงลักเพราะแมงลักมันทำให้อิ่ม มันไปพองในท้องคล้ายๆกับการกินซีโลสนั่นเอง

2.ช่วยทำให้ผิวดีขึ้น
อาจจะเห็นผลไม่ชัดเจนเท่าไหร่ เพราะเราสีผิวกลางๆ ไม่ขาวไม่ดำ หลังจากที่เราน้ำหนักลดเราเลยกินต่อไปเรื่อยๆ ประมาณเดือนนึงมาสังเกตตัวเองเพราะมีคนทักว่าขาวขึ้น เนียนขึ้น พอมาดูก็ เออ!! มันดีขึ้นจริงๆนะ อันนี้เคยได้ยินหลายคนพูดมาเหมือนกันว่ากินน้ำเต้าหู้แล้วจะขาว ทีแรกไม่เชื่อจนมาลองกินเองนี่แหละ




3.ช่วยให้ผมสวยขึ้น
อันนี้หลายคนคงทราบกันอยู่แล้วว่าถั่วเหลืองเป็นอาหารผมชั้นดีเลย บางคนกินน้ำเต้าหู้เพื่ออยากให้ผมสวย รักษาผมเสีย แต่สำหรับเราเริ่มจากกินเพื่อลดน้ำหนักแต่ได้ผลข้างเคียงมาเป็นผมที่สวยขึ้น ที่รู้ได้เพราะเราเป็นคนผมแห้งเสีย (ชอบทำสีผม) แต่พอกินไปนานๆผมมันดูลื่นขึ้น มันวาวขึ้น จนมั่นใจว่ามันมาจากน้ำเต้าหู้ที่เรากิน



นี่ก็เป็นสิ่งที่ตัวเรารู้สึกว่าเห็นผลกับตัวเรามากที่สุดเลยอยากมาแชร์ให้ผู้ที่ไม่ชอบกินน้ำเต้าหู้ได้รู้ถึงประโยชน์ของมัน จริงๆแล้วมันยังมีประโยชน์อื่นๆอีกที่ไม่ได้แสดงมาให้เราเห็น ใครที่อยากลดน้ำหนักก็ลองเอาเป็นตัวเลือกก็ได้นะ ไม่ต้องอดอาหารแถมยังได้ประโยชน์อีกเยอะแยะเลย

ที่มา:http://www.saraupdate.com/8712

คู่จิ้นตัวจิ๋ว!! งานนี้ฟินไปอีก เมื่อ “น้องแพนเตอร์” และ “น้องรีนา” มาเจอกันแล้วกลายเป็นแบบนี้!! มุ้งมิ้งกันน่ารักจริงเชียว…(ชมภาพ)



 เมื่อสองบ้านได้มาเจอกัน บรรยากาศน่ารักของวัยใสจึงเกิดขึ้น ที่ทำเอาแม่ๆป้าๆจิ้นกันเลยทีเดียวสำหรับ “น้องแพนเตอร์” ลูกชายคนโตของคุณแม่ “พลอย พลอยพรรณ” กับ ลูกสาวหน้าหมวย “น้องรีนา” ของ “พ่อออย ธนา กับ แม่เธอ รวรีย์” ที่เมื่อทั้งคู่เจอกันก็น่ารักมุ้งมิ้งใส่กันทันที แบบนี้จะเรียกว่าคู่จิ้นตัวจิ๋วได้หรือเปล่าน้า?!! มีป้อนขนมกันด้วย อุ้ย!!เขิน





























อาหาร 6 อย่างนี้ รู้ไหมว่า สามารถลดน้ำหนัก ลดพุง แบบได้ผลดี


วันนี้ขอนำเสนอเคล็ดลับดีๆ ที่จะช่วยให้การลดน้ำหนักง่ายและไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ของ นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ บอกว่า พร้อมแนะนำของกินกรุบกริบที่กินแล้วไม่อ้วน แถมหาง่าย ใกล้ตัว และราคาก็ไม่แพงเลย เรียกว่า อยู่ท้อง ไร้พุง สบายกระเป๋า
1) เม็ดแมงลัก “อาหารลดพุงแสนคลาสสิก แต่ประโยชน์ล้น เพราะมีพระเอกสำคัญคือ วิตามินเอที่สูงปรี๊ดกับ เส้นใยละลายน้ำ (Soluble fiber) ที่ดูเป็นวุ้นใส เมื่อแช่น้ำนั่นละครับ ช่วยพองในท้องให้อิ่มแต่ไม่อ้วน” หมอต้นให้เทคนิคกินง่ายคือ แช่น้ำให้พองเต็มที่ก่อน อย่าใจร้อน แล้วค่อยปรุงรับประทาน

2) ถั่วลิสง ของกินช่วยลดหิวได้ ใช้แทนของว่างที่แสนอ้วนอย่างมันฝรั่งทอด “การรับประทานถั่วลิสงคั่วแบบไม่ปรุงรสจะให้ความรู้สึกอิ่มท้องจาก ใยอาหารถั่ว ที่มีอยู่อย่างอุดม แม้ถั่วจะมีพลังงานสูง แต่ด้วยใยอาหารของมันกับโปรตีนนี่เองครับที่ช่วยให้รู้สึกไม่หิวจนเกินไป”
3) แอปเปิ้ลเขียว เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วย เพคติน ช่วยให้อิ่ม หยิบทานง่าย และเก็บไว้ได้นาน “เก็บไว้ทานในตู้เย็นที่ออฟฟิศก็ได้ ใช้เป็นมาตรวัดความหิวแบบง่ายๆ คือ ถ้านึกหิวขึ้นมาให้ถามตัวเองว่าหิวขนาดกินแอปเปิ้ลได้สักลูกไหม ถ้าใช่ก็อย่ารีรอ รีบหยิบมากัดกระแทกท้องทันที”
4) มะนาว “หามะนาวติดบ้านหรือออฟฟิศไว้ ไม่มีเวลาจริงๆ ก็บีบเข้าปากเลยก็ยังได้ น้ำมะนาวที่ขมนิดๆ จะช่วยให้รู้สึกหายหิวได้นานนับ ชั่วโมงหลังจากกิน เพราะสารพิเศษจากเปลือก” หมอต้นแนะต่อว่า “บางครั้งลองหาโอกาสกิน ‘เมี่ยงคำใส่ชิ้นมะนาว’ แทน ‘เลม่อนพาย’ ดูก็ดีนะครับ”
5) ทูน่า ติดทูน่ากระป๋องไว้ในทุกที่ จะใส่ในกระเป๋าถือหรือเป้ทำงานก็ได้ เก็บง่าย อยู่ได้ทนดี เพราะทูน่าช่วยให้อิ่มจากโปรตีนเน้นๆ “เปี่ยมไปด้วยคุณค่าจากไขมันต้านชราอย่าง โอเมก้า 3 ที่มีอยู่ในปลากระป๋องเช่นกัน”
6) ไข่ต้ม “อาหารลดอ้วนที่ได้ผลชะงัด” หมอต้นคอนเฟิร์ม “การรับประทานไข่มีส่วนช่วยลดไขมันได้จากงานวิจัยใหม่ๆ ส่วนไข่ขาวก็เป็นโปรตีนล้วน ที่ช่วยให้ไม่โทรมเวลาลดน้ำหนัก เพราะมันสร้างกล้ามเนื้อที่เผาผลาญไขมันโดยธรรมชาติ”

ที่มา:http://www.naarn.com/3945/


สูตรลดน้ำหนักเร่งด่วน 40 กิโลใน 3 เดือน ไม่ต้องอดอาหาร(ไม่ต้องใช้ยา)




สำหรับสูตรก็คือ ให้ซื้อแตงโมตุนไว้เยอะๆ  ซื้อก่อนเข้าทำงานหลายๆ ถุงเลย แล้วก็เอาไปแช่ช่องแช่แข็ง(เป็นไอติมอร่อยๆๆ) หรือตู้เย็นไว้

มื้อเช้า



 ให้ทานแตงโมเย็นๆ กับน้ำเปล่าเยอะๆ หิวเมื่อไรก็ทานแตงโม ที่ทานแตงโมเพราะว่า แตงโมมีรสหวาน เพราะมีน้ำตาลโมเลกุลเล็ก ร่างกายสามารถดูดซึมได้เร็ว แล้วในการทำงานนั้น สมองต้องการน้ำตาลด้วย (สมองคนเราต้องการน้ำตาลวันละ 120g  ฉะนั้นการอด crab เลย จะแย่ต่อสมองมากๆ รวมถึงในสมองก็มีน้ำอยู่เป็นส่วนประกอบหลัก ฉะนั้นทานน้ำเยอะๆ. แถมการทานน้ำเย็น จะช่วงเพิ่มแมตตาบอริซึม หรือ การเผาพลาญ เพราะร่างกายต้องพยายามรักษาอุณหภูมิของร่างกายไว้ที่ 37 องศา ก็จะนำพวกไขมันส่วนเกินออกมาเผา ให้ร่างกายเกิดความร้อน เพื่อคงอุณหภูมิ  แถมกินน้ำเยอะ ต้องเดินไปฉี่บ่อย เวลาเดิน ก็ได้ออกกำลังกายด้วย

ถ้าเบื่อแตงโม ให้ทาน ชมพู่ แทนได้  แต่ห้ามทานผลไม้เนื้อแน่นๆ เป็นแป้ง พวก มะม่วง ฝรั่ง เพราะมันจะให้พลังงานสูงกว่า  เพราะสูตรนี้ คือจะให้กินแตงโมทั้งวัน หิวเมื่อไร ก็แตงโมเมื่อนั้น

จากที่หามา เค้าบอกว่า แตงโม 100g ให้พลังงานแค่ 8 Kcal ฉะนั้น กินแตงโม 1 กิโล เพิ่งได้พลังงานแค่ 80 Kcal เอง ไม่อ้วนแน่นอน (ผู้หญิงใช้พลังงานวันละประมาณ 1500 Kcal) ฉะนั้น ถ้าจะลดความอ้วน ก็ไม่ควรจะกินเกิน 1000 kcal น้ำหนักที่หายไป 1 kg เท่ากับ 7700 Kcal

ถ้าคนน้ำหนักเยอะก็จะยิ่ง ใช้พลังงานเยอะขึ้นต่อวัน  ก็จะทำให้ ช่วงแรกๆ ลดลงเร็วมาก แต่หลังๆ จะลดช้าลง ก็ไม่ต้องเครียดว่าทำไมหลังๆ ไม่ลด มันต้องใช้เวลานิดนึง

มื้อกลางวัน


 มื้อกลางวัน ให้ทาน เกาเหลา ไม่ใส่หอมเจียว  หรือ ส้มตำ  หรือสเต็กปลา ก็ได้ แต่อย่าทาน คาร์โบไฮเดรต สูตรนี้จะรับ คาร์โบไฮเดรต จาก แตงโม เท่านั้น ห้ามทานของทอดด้วย

บ่ายๆ

ถ้าหิวตอนบ่าย ทานแตงโม

เย็น



ตอนเย็นให้กินไข่ต้ม  2-3ฟอง กินไข่แดงได้ ไม่ต้องเอาออก เพราะไขมันในไข่แดงเป็นไขมันธรรมชาติ ร่างกายจะนำไปใช้ เช่นการสร้างวิตามินดี แถมเคยอ่านเจอว่า ในไข่แดงมีสารลดไขมันในหลอดเลือดด้วย

ไข่ต้ม 1 ฟองให้พลังงาน 75 Kcal โดยประมาณ
แต่ถ้าไข่ดาว 1 ฟอง ก็ 150 Kcal
ถ้าไข่เจียว 1 ฟองก็ 250 Kcal
หรือจะทานไข่ต้มกับสลัดก็ได้ แต่ต้องเป็นน้ำสลัดขอแบบญี่ปุ่น ไม่ใส่ ขนมปังอบ

ถ้าตลอดทั้งวัน ก็กินแตงโม และ ห้ามกินเครื่องดื่มทุกชนิด
เช่น กาแฟ เพราะให้พลังงานสูงมาก จากพวก นม น้ำตาล นมค้นหวาน ครีม กาแฟ 1 แก้วจะเท่ากับข้าว 2 มื้อเลย ****

**** เครื่องดื่มตลอดการลดน้ำหนักต้องเป็นน้ำเปล่า หรือ pepsi max  ****

ควรมีช่วง promotion ให้ตัวเองด้วย เช่น ลดครบ 10 กิโลกรัม รับไปเลย บูลเบอรี่ชีสเค้ก 1 ชิ้น อะไรแบบนี้ มันต้องมีพักบ้าง เช่น 7 วัน พัก 1 มื้อ กินอะไรก็ได้ตามใจเรา

ที่มา:http://www.hit-za.com/3358

อึ้งหนักมาก!! “มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค” สุ่มตรวจไส้กรอกตามท้องตลาด พบ 3 ยี่ห้อ ใช้สารกันบูดเกินมาตรฐาน ระวัง!! หากกินมากเสี่ยงเป็นมะเร็งลำไส้!!…


“ไส้กรอก” ถือเป็นของกินยอดฮิตของยุคนี้ ด้วยความที่เป็นของหากินง่าย แค่เดินเข้าร้านสะดวกซื้อก็มีไส้กรอกให้เลือกซื้อเลือกกินแบบละลานตา รับประทานง่าย รสชาติอร่อย แต่จากการสุ่มตรวจทำเอาคนชอบทานไส้กรอกต้องเบรกตัวโก่ง เนื่องจากตรวจพบ 3 ยี่ห้อที่ใช้สารกันบูดปริมาณมากเกินมาตรฐานกำหนดไว้


 เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2559 ที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) น.ส.มลฤดี โพธิ์อินทร์ นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ เปิดเผยว่าศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ ได้เก็บตัวอย่างไส้กรอก 15 ยี่ห้อที่วางขายตามท้องตลาด มาตรวจหาสารไนเตรทและสารไนไตรท์ หรือสารกันบูดในอาหาร ซึ่งตามมาตรฐานโคเด็กซ์ กำหนดให้นำมาผสมในอาหารได้ไม่เกิน 80 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม



 ซึ่งผลการทำสอบพบว่ามี 11 ตัวอย่างที่มีการผสมสารทั้ง 2 ชนิดอยู่ในระดับที่ไม่เกินมาตรฐานกำหนด มี 3 ตัวอย่างที่เกินมาตรฐาน โดยมีการผสมสารทั้ง 2 ชนิดในระดับ 148.61 มก./กก.,132.33 มก./กก. และ 91.27 มก./กก.และมีเพียง 1 ยี่ห้อที่ไม่ได้มีการผสมสารทั้ง 2 ชนิดแต่อย่างใด โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ของ มพบ. ได้ที่ www.chaladsue.com อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบเพิ่มเติมไม่พบว่ามีการผสมสีลงไปแต่อย่างใด


 “เราพบว่าผลิตภัณฑ์ทั้งหมดมีการแสดงข้อมูลการใช้สารกันบูดทั้ง 2 ชนิดไว้ในฉลากโภชนาการเพียง 6 ชนิดเท่านั้น แต่ปัญหาคือ พบว่าฉลากข้อมูลโภชนาการระบุรายงานส่วนผสมสารไนเตรท และไนไตรท์เป็นรหัสตัวเลขทำให้ประชาชนไม่สามารถทราบได้ว่าแท้จริงแล้วเป็นอะไร ดังนั้นจึงอยากให้มีการประปรุงแก้ไขเพื่อให้ผู้บริโภคมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจซื้อไส้กรอกมารับประทาน ซึ่งจากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าไส้กรอกหลายยี่ห้อมีเจ้าของหรือผู้ผลิตเดียวกัน” น.ส.มลฤดี กล่าว


 น.ส.สารี อ๋อง สมหวัง เลขาธิการ มพบ. กล่าวว่า การรับประทานในปริมาณมากเกินไปอาจทำให้เกิดผลเสียต่อการทำงานของระบบทางเดินอาหาร ท้องเสียรุนแรง ยิ่งผู้ที่มีอาการแพ้อาจส่งผลต่อระบบหายใจ ทำให้หัวใจเต้นเร็ว หมดสติหรือเสียชีวิตได้ และที่ผ่านมาองค์การอนามัยโลกได้ออกมาเตือนว่าการรับประทานอาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์เช่น เบคอน ไส้กรอก แฮม ในปริมาณมากเกินไปอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งลำไส้ได้ ดังนั้น ขอให้ประชาชนเลือกรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ และตรวจสอบข้อมูลโภชนาการทุกครั้งหลีกเลี่ยงการรับประทานกลุ่มที่มีการผสมสารกันบูดในอัตราที่เกินกำหนด หรือไม่ควรมีการผสมสารดังกล่าวเลย


 อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ มพบ.จะมีการส่งหนังสือไปยังบริษัทที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์เพื่อแจ้งผลการทดสอบและขอให้มีการปรับปรุงการใช้สารผสมในอาหารให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด รวมถึงส่งหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้มีการติดตามตรวจสอบ และควบคุมผลิตภัณฑ์เหล่านี้ให้ได้มาตรฐานด้วย


ที่มา:http://www.doo-deedee.com/5997

โดนหางเลข !! “เมียผู้ใหญ่บ้าน” เปิดปากสารภาพแล้ว ทำสิ่งนี้จริง?? คดีฆ่า “น้องสโนว์”



 ความคืบหน้าคดีคนร้ายฉุด น.ส.ฤดีวัลย์ พลประสิทธิ์ หรือ น้องสโนว์ หรือโสน นักเรียนหญิงชั้น ม.6 โรงเรียนประจำอำเภอร่องคำ จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อหวังข่มขืน แต่เหยื่อพยามต่อสู้จึงถูกคนร้ายทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต ซึ่งตำรวจต้องใช้เวลาถึง 102 วัน ในการรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนจับกุมตัวนายกฤติเดช ระเวงวรรณ  ผู้ใหญ่บ้านสีถาน หมู่ที่ 15 ตำบลดงลิง อำเภอกมลาไสย เป็นผู้ต้องหาแต่ให้การปฏิเสธและอยู่ในระหว่างฝากขังผลัดที่ 3 แต่คดีนี้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดี สภ.กมลาไสย ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ให้ดำเนินคดีกับ น.ส.ทัศนีย์ ค้าสุกร ภรรยา ผู้ใหญ่บ้านสถาน ที่โพสข้อความหมิ่นการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2559 เวลา 09.30 น.ที่ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ น.ส.ทัศนีย์ ค้าสุกร อายุ 28 ปี ภรรยา นายกฤติเดช  ระเวงวรรณ ผู้ใหญ่บ้านสีถาน ผู้ต้องหาคดีฆ่าน้องสโนว์ ได้เดินทางเข้ามาให้ปากคำตามหมายเรียกของตำรวจ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ โดยมี พ.ต.อ.กฤตชัย สรวมศรี ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ และ พ.ต.ท.ลังสรร ประคำ พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดีฯ รับเรื่อง



 การเข้าให้ปากคำตามหมายเรียกครั้งนี้ น.ส.ทัศนีย์ ค้าสุกร มีท่าทีนิ่งเฉย โดยเซ็นยอมรับในคำให้การว่าตนเองเป็นผู้โพสต์ข้อความนั้นจริง เนื่องจากรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพราะภายหลังจากที่ตำรวจได้เข้าจับกุมตัวนายกฤตเดช ระเวงวรรณ ผู้ใหญ่บ้านสีถาน สามีของตนนั้น ทำให้รู้สึกไม่พอใจอย่างมาก



น.ส.ทัศนีย์ ค้าสุกร กล่าวว่า ยอมรับว่าเป็นคนโพสต์ข้อความนั้นจริง เพราะรู้สึกอัดอั้นตันใจ เพราะที่ผ่านมาก็ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเสมอมา ไม่ว่าจะนำสามีไปตรวจสุขภาพหรือตรวจหาหลักฐานอะไร ทุกเรื่องให้ความร่วมมือ แต่ก็มาเกิดเรื่องแบบนี้ ส่วนคำถามที่ผู้สื่อข่าวถามว่า แล้วเชื่อหรือไม่ว่า สามีของตนเป็นฆาตกรฆ่าน้องสโนว์ น.ส.ทัศนีย์ ไม่ตอบเพียงบอกว่าไปให้การในชั้นศาล ส่วนจะขอโทษตำรวจที่โพสข้อความหรือไม่นั้น น.ส.ทัศนีย์ ก็ไม่ยอมพูดอะไร



ด้าน พ.ต.อ.กฤตชัย สรวมศรี ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า การเข้ามาของ น.ส.ทัศนีย์ฯ เข้ามาให้ปากคำตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดี ซึ่งพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดี “น้องสโนว์” สภ.กมลาไสย ได้แจ้งความร้องทุกข์ไว้ ซึ่งก็จะเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย โดย น.ส.ทัศนีย์ ค้าสุกร ได้ถูกแจ้งข้อหาความผิดฐานหมิ่นประมาท ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ โดยนับจากนี้ก็จะรวบรวมหลักฐานส่งพนักงานอัยการเพื่อฟ้องศาลต่อไป


ด้าน พล.ต.ต.อภิชิต เทียนเพิ่มพูล ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ความคืบหน้าคดีน้องสโนว์ขณะนี้ พ.ต.อ.วิเชียร  พินดวง รอง ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ หัวหน้าทีมคลี่คลายคดี ได้เตรียมที่จะสรุปสำนวนส่งต่อพนักงานอัยการ คาดว่าจะส่งได้ภายในกลางเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งในส่วนผู้ต้องหา นายกฤติเดช ระเวงวรรณ ผู้ใหญ่บ้านสีถานนั้น ยังคงอยู่ในเรือนจำและกำลังจะมีการฝากขังในผลัดที่ 4 ในวันที่ 10 พฤษภาคมนี้ และในขณะนี้พยานหลักฐานในที่เกิดเหตุตลอดจนในด้านนิติวิทยาศาสตร์นั้น มีความพร้อมเกือบทั้งหมด ยังคงเหลือเพียงบางส่วนที่ยังคงรอเอกสารหลักฐานอีกครั้ง ในส่วนที่คดีหมิ่นนั้น ก็จะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายภายใต้ความยุติธรรมของกฎหมาย ส่วนในด้านความปลอดภัยของครอบครัวพลประสิทธิ์ ตำรวจยืนยันจะให้การดูแลอย่างเต็มที่ ซึ่งในขณะนี้สภาพโดยทั่วไปของหมู่บ้านโนนเมือง ต.ดงลิง อ.กมลาไสย ก็เริ่มที่จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติสุขแล้ว

ที่มา:http://www.thaijam.com/14777

ชาวเน็ตเผยจุดจบ!! นางร้ายสร้างภาพ “เชอร์รี่” เพื่อนรักเพื่อนร้าย ที่สุดท้ายไหงดีงามกว่า “การ์ตูน – ณัฐ” เพราะผู้ชายคนนี้ พีคมาก…(ชมภาพ)



เป็นซีรีย์ฮอตที่ทำคนติดทั่วบ้านทั่วเมือง ที่พึ่งออกอากาศตอนจบไปแบบสดๆ ร้อนๆ สำหรับซีรี่ส์ “Club Friday To be Continued ตอน เพื่อนรักเพื่อนร้าย” ซึ่งในตอนจบนั้นก็ได้เผยทีเซอร์แง้มมาก็ฉายจริง ทำเอาหลายคนต่างลุ้นว่า จุดจบของ “เชอร์รี่” รับบทโดยสาว “สายป่าน อภิญญา” เป็นอย่างไร แต่สุดท้ายก็ได้รับผลกรรมจากการกระทำของตัวเอง


ซึ่งบทสุดท้าย “เชอร์รี่” จบไม่ค่อยสวยเท่าไร เพราะโดนท่อไอเสียรถมอ’ไซค์นาบหน้าจนเป็นแผลเหวอะหวะ แถมเสียน้องชายไปอีก แต่ดูเหมือนว่าในชีวิตจริงจบสวยมากขนาดนี้ค่ะเนี่ย บอกเลยโคตรพีค เพราะหนุ่มเซอร์หวานใจ “อาเบย์” โปรยแคปชั่นถึงเชอร์รี่แบบนี้ทำเอาแฟนคลับใจละลาย โอ้ย!!ฟิน ดีงามสุดๆ














ที่มา:http://www.doo-deedee.com/6388

นี่เลย! "ป๊อก ปิยธิดา" ดาราสาวผู้ตีบท "เมียหลวง" ทุกเรื่องแตกกระจุย!! ปัจจุบันยังหน้าเด็กเป็นอมตะ!!


ถือเป็นนักแสดงสาวมากฝีมือ ระดับตัวแม่อีกหนึ่งคนของวงการบันเทิง สำหรับ "ป๊อก ปิยธิดา มิตรธีรโรจน์" ฝากผลงานละครโด่งดังเอาไว้มากมาย อาทิ ไฟหวน, คือหัตถาครองพิภพ, เมียหลวง และนางทาส สังเกตได้ว่าละครที่พีคสุดๆแต่ละเรื่องของเธอ มักได้รับเล่นในบทบาทของเมียหลวงซะเป็นส่วนใหญ่ แถมเล่นได้เข้าถึงบทบาท กระชากอารมณ์คนดู จนพากันอินทั้งบ้านทั้งเมือง  โดยที่ไม่ได้อิงกับในชีวิตจริงเลยแม้แต่น้อย ด้วยเพราะชีวิตจริงมีสามี อย่างหนุ่ม "ตั๊ก นภัสกร" ที่ยังคงรักเดียวใจเดียว จนเรียกได้ว่าสาวป๊อก เป็นอีกหนึ่งคนบันเทิงที่มีชีวิตคู่แฮปปี้สุดๆเลยทีเดียว ซึ่งเธอได้ห่างหายจากผลงานทางจอแก้วไปนานพอสมควร วันนี้เราเลยขอนำภาพปัจจุบันของ "ป๊อก ปิยธิดา" มาอัพเดทให้ได้หายคิดถึงกัน!
















ที่มา:http://entertain.tnews.co.th/content/188143/