Showing posts with label ศิลปะ. Show all posts
Showing posts with label ศิลปะ. Show all posts

Friday, May 6, 2016

ว้าวว!! “อ้อม พิยดา” คุณแม่ในวัย 40 แต่ยังสวยเป๊ะเวอร์!!! แถมลูกสาว “น้องนาวา” ยังโตขึ้นมากแถมสวยได้คุณแม่ซะด้วย…(ชมภาพ)



 บอกเลยว่าเป็นคุณแม่ไม่ยอมแก่เลย แต่ลูกสาวก็โตวันโตคืน สำหรับ สาวพิยดา อัครเศรณี (จุฑารัตนกุล)  เพราะน้องนาวา ก้อโตเร็ว แถมน่ารัก เป็นคุณแม่วัยสาวเป็นเพื่อนลูกๆไปเที่ยวได้พอดี แถมยังไม่มีข่าวคราวที่จะเปิดอู่มีน้องให้นาวาซักที วันนี้เราเลยเก็บภาพคุณแม่สาว คุณลูกสวย มาฝากเพื่อนกัน ไปดูกันเลย


 “สมใจละสินะลูก แม่จ๋าขาลากกกมากกก 555”


 “รอดูชามู”


 นาวาชอบมากกก

 “เอาๆ วันนี้เอาให้ตาย เที่ยวกันให้เหนื่อย ต่อที่ cicada”


 หนูจะเป็นนางเอกให้คุณตาค่ะ….


 นาวาพร้อมค่ะ..

 คุณแม่ยังสวย เป๊ะ!เวอร์




 นาวา เป็นสาว แม่จะไม่ยอมแก่



ที่มา:http://www.yaimouth.com/45900

Thursday, May 5, 2016

เอาใจไปเต็มๆ..”นก อุษณีย์” โพสต์ 5 ข้อโดนใจ คดีวัยรุ่นฆ่าชายพิการ..

กลายเป็นคดีสะเทือนใจ เมื่อชายพิการวัย 36 ปี ถูกกลุ่มวัยรุ่น 6 คนรุมทำร้ายจนเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม

โดยกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวอ้างว่าทำไปเพื่อป้องกันตัวเท่านั้น อีกทั้งญาติและเพื่อนของผู้ก่อเหตุต่างออกมาปกป้องคนของตัวเอง ว่าไม่ได้ทำอะไรผิด



ล่าสุด นักแสดงสาวชื่อดังนก อุษณีย์ วัฒฐานะ ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นถึงกรณีดังกล่าวว่า


“ข่าว 6 วัยรุ่นกับชายพิการ อ่านแล้วเพลีย

1.หกรุมหนึ่ง(แถมพี่เค้าพิการ)ยังกล้าพูดว่าป้องกันตัว แกผิดตั้งแต่ขี่มอไซด์ไปหาเรื่องเค้าถึงบ้านแล้ว ถ้าอยากป้องกันตัวไม่เมิงไม่รีบขี่มอไซด์หนีไปล่ะค้าาาาา

2.คนเราทำผิด พลาดพลั้ง ใจร้อน คึกคะนอง เมา แรงยุ อะไรก็แล้วแต่ แต่ผิดแล้วเมิงก็ยืดอกแมนๆรับผิดเหอะ

3.ญาติคนผิดก็อีก ไม่ใช่เฉพาะคดีนี้นะ เข้าใจว่าลูกหลานเพือนใคร ใครก็รัก แต่มาเสียใจปกป้องไม่ลืมหูลืมตาแบบนี้มันไม่ถูก ผิดก็ว่าไปตามผิดสิคะ

4.เหตุการณ์คงไม่บานปลายถึงขนาดนี้ถ้าหากพี่ชายพิการใจเย็นสักนิด แผ่เมตตาในใจ (หรือจะด่าสาปแช่งในใจก็ได้ เอาที่สบายใจ)ให้พวกเปรตหกตัวไป ตอนที่พวกมันแซว แล้วปล่อยให้พวกมันขับรถเลยผ่านไป (พวกมันอาจจะแว้นไปแหกโค้งตายที่ไหนซักที่ก็ได้)

5.เสียใจกับครอบครัวของทุกๆฝ่าย โดยเฉพาะเด็กน้อยตาดำๆ2คน และแค่อยากเตือนสติคนในสังคมทุกวันนี้นะคะ

“ความยุติธรรมในโลกนี้มีที่ไหน…. แต่กฎแห่งกรรมนั้นไซร้ ยุติธรรมเสมอ”

ซึ่ง แฟนคลับและชาวโซเชียลจำนวนมากต่างกดไลค์และเห็นด้วยกับเธอ




ที่มา:http://www.ruk-yim.com/6811

Wednesday, May 4, 2016

นี่คือข้อยืนยัน จากการ ดื่ม “น้ำเต้าหู้” ติดต่อกันใน 1 สัปดาห์ กับผลลัพธ์ 3 ข้อ ที่น่าทึ่งมาก


 
สุขภาพดี เป็นสิ่งสำคัญ ปัยจจุบัน ผู้คนต่างหันมาใส่ใจ ดูแลสุขภาพตนเองมากขึ้น ด้วยวิธีการต่าง ๆ นานา ทั้งนี้ แล้วแต่ วิธีการที่ได้รู้ และ ได้รับทราบมา แต่ ท่านรู้หรือไม่ว่า การดื่มน้ำเต้าหู้ นั้น มีประโยชน์มาก ๆ ถึงแม้ว่า บางอาจไม่ชอบกลิ่น ไม่ชอบรสชาติก็ตาม แต่เชื่อว่า ยังมีหลาย ๆ คน ที่ชอบ รวมถึงแอดมิน เองด้วย แต่ มีเรื่องเล่าจากประสบการณ์ จากคนที่เค้าได้ดื่ม น้ำเต้าหู้ จะมาเล่าถึงประสบการณ์ ด้านสุขภาพให้ฟัง

      ต้องบอกก่อนว่าเราเป็นคนไม่ชอบกินน้ำเต้าหู้เลยเพราะไม่ชอบกลิ่นมัน วันนึงก็ได้คุยกับพี่คนนึง พี่แกเป็นคนรักสุขภาพมาก หุ่นของแกดูเฟิร์มมาก เราเห็นแกชอบกินน้ำเต้าหู้ แกก็บอกว่ามันมีประโยชน์มากมายอย่างนั้นอย่างนี้ ไอเราที่ช่วงนี้รู้สึกว่ากำลังอ้วนอยู่นะ เลยคิดจะกินบ้าง เราเลยซื้อมากินแทนอาหารมื้อเย็น แรกๆก็ต้องอดทนกับความโหยหิว แต่พอประมาณวันที่ 3 ก็เริ่มชินและเริ่มไม่ค่อยหิวไปเอง และสิ่งที่เราได้มานั่นก็คือ



1.ช่วยทำให้น้ำหนักลดลง
ทีแรกน้ำหนักเรา 53 แต่หลังจากลดอาหารเย็นเปลี่ยนมากินน้ำเต้าหู้แทน น้ำหนักเราเหลือแค่ 50 ก็เริ่มรู้สึกดีกับมันขึ้นมา เรากินแบบใส่น้ำตาลปกติ และใส่เครื่องเฉพาะแมงลักเพราะแมงลักมันทำให้อิ่ม มันไปพองในท้องคล้ายๆกับการกินซีโลสนั่นเอง1.ช่วยทำให้น้ำหนักลดลง
ทีแรกน้ำหนักเรา 53 แต่หลังจากลดอาหารเย็นเปลี่ยนมากินน้ำเต้าหู้แทน น้ำหนักเราเหลือแค่ 50 ก็เริ่มรู้สึกดีกับมันขึ้นมา เรากินแบบใส่น้ำตาลปกติ และใส่เครื่องเฉพาะแมงลักเพราะแมงลักมันทำให้อิ่ม มันไปพองในท้องคล้ายๆกับการกินซีโลสนั่นเอง

2.ช่วยทำให้ผิวดีขึ้น
อาจจะเห็นผลไม่ชัดเจนเท่าไหร่ เพราะเราสีผิวกลางๆ ไม่ขาวไม่ดำ หลังจากที่เราน้ำหนักลดเราเลยกินต่อไปเรื่อยๆ ประมาณเดือนนึงมาสังเกตตัวเองเพราะมีคนทักว่าขาวขึ้น เนียนขึ้น พอมาดูก็ เออ!! มันดีขึ้นจริงๆนะ อันนี้เคยได้ยินหลายคนพูดมาเหมือนกันว่ากินน้ำเต้าหู้แล้วจะขาว ทีแรกไม่เชื่อจนมาลองกินเองนี่แหละ




3.ช่วยให้ผมสวยขึ้น
อันนี้หลายคนคงทราบกันอยู่แล้วว่าถั่วเหลืองเป็นอาหารผมชั้นดีเลย บางคนกินน้ำเต้าหู้เพื่ออยากให้ผมสวย รักษาผมเสีย แต่สำหรับเราเริ่มจากกินเพื่อลดน้ำหนักแต่ได้ผลข้างเคียงมาเป็นผมที่สวยขึ้น ที่รู้ได้เพราะเราเป็นคนผมแห้งเสีย (ชอบทำสีผม) แต่พอกินไปนานๆผมมันดูลื่นขึ้น มันวาวขึ้น จนมั่นใจว่ามันมาจากน้ำเต้าหู้ที่เรากิน



นี่ก็เป็นสิ่งที่ตัวเรารู้สึกว่าเห็นผลกับตัวเรามากที่สุดเลยอยากมาแชร์ให้ผู้ที่ไม่ชอบกินน้ำเต้าหู้ได้รู้ถึงประโยชน์ของมัน จริงๆแล้วมันยังมีประโยชน์อื่นๆอีกที่ไม่ได้แสดงมาให้เราเห็น ใครที่อยากลดน้ำหนักก็ลองเอาเป็นตัวเลือกก็ได้นะ ไม่ต้องอดอาหารแถมยังได้ประโยชน์อีกเยอะแยะเลย

ที่มา:http://www.saraupdate.com/8712

คู่จิ้นตัวจิ๋ว!! งานนี้ฟินไปอีก เมื่อ “น้องแพนเตอร์” และ “น้องรีนา” มาเจอกันแล้วกลายเป็นแบบนี้!! มุ้งมิ้งกันน่ารักจริงเชียว…(ชมภาพ)



 เมื่อสองบ้านได้มาเจอกัน บรรยากาศน่ารักของวัยใสจึงเกิดขึ้น ที่ทำเอาแม่ๆป้าๆจิ้นกันเลยทีเดียวสำหรับ “น้องแพนเตอร์” ลูกชายคนโตของคุณแม่ “พลอย พลอยพรรณ” กับ ลูกสาวหน้าหมวย “น้องรีนา” ของ “พ่อออย ธนา กับ แม่เธอ รวรีย์” ที่เมื่อทั้งคู่เจอกันก็น่ารักมุ้งมิ้งใส่กันทันที แบบนี้จะเรียกว่าคู่จิ้นตัวจิ๋วได้หรือเปล่าน้า?!! มีป้อนขนมกันด้วย อุ้ย!!เขิน





























ขยี้ตาแทบพัง!! จำได้ไหม? "น้ำฝน กมลฐิติ" นางเอกดังในอดีต!! หายไปนานมาก!! ตอนนี้กลายเป็นแบบนี้!!(ชมภาพ)



 ถ้าย้อนไปสัก 10 ปีที่แล้ว เชื่อว่าหลายคนต้องรู้จักเธออย่างแน่นอน สำหรับ "น้ำฝน โกมลฐิติ" เพราะเธอคือนางเอกแถวหน้าของวงการบันเทิงไทย  แต่วันเวลาผ่านไป เมื่อคลื่นลูกใหม่เข้ามา เธอได้เหล่านี้ก็หายหน้าหายตาไปจากวงการ ผันตัวไปทำบทบาทอื่น ไม่มีผลงานผ่านหน้าจอให้แฟนๆ ได้ติดตามชม




 ซึ่งวันนี้เราจึงนำภาพปัจจุบันมาให้แฟนๆได้ชมกัน ล่าสุดพี่สาวของ "น้ำฝน โกมลฐิติ" "กวาง กมลชนก" ได้อัพเดตภาพเธอผ่านอินสตราแกรมโดยกล่าวว่า "มาดูน้องสาวกับสองหลานชายของกวางที่ร้านไอติมของฝนค่ะที่อเมริกากันบ้างนะคะ...น่ารักไหมคะ" ดังภาพต่อจากนี้















ที่มา:http://www.news-lifestyle.com/content/149696/


อึ้งหนักมาก!! “มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค” สุ่มตรวจไส้กรอกตามท้องตลาด พบ 3 ยี่ห้อ ใช้สารกันบูดเกินมาตรฐาน ระวัง!! หากกินมากเสี่ยงเป็นมะเร็งลำไส้!!…


“ไส้กรอก” ถือเป็นของกินยอดฮิตของยุคนี้ ด้วยความที่เป็นของหากินง่าย แค่เดินเข้าร้านสะดวกซื้อก็มีไส้กรอกให้เลือกซื้อเลือกกินแบบละลานตา รับประทานง่าย รสชาติอร่อย แต่จากการสุ่มตรวจทำเอาคนชอบทานไส้กรอกต้องเบรกตัวโก่ง เนื่องจากตรวจพบ 3 ยี่ห้อที่ใช้สารกันบูดปริมาณมากเกินมาตรฐานกำหนดไว้


 เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2559 ที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) น.ส.มลฤดี โพธิ์อินทร์ นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ เปิดเผยว่าศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ ได้เก็บตัวอย่างไส้กรอก 15 ยี่ห้อที่วางขายตามท้องตลาด มาตรวจหาสารไนเตรทและสารไนไตรท์ หรือสารกันบูดในอาหาร ซึ่งตามมาตรฐานโคเด็กซ์ กำหนดให้นำมาผสมในอาหารได้ไม่เกิน 80 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม



 ซึ่งผลการทำสอบพบว่ามี 11 ตัวอย่างที่มีการผสมสารทั้ง 2 ชนิดอยู่ในระดับที่ไม่เกินมาตรฐานกำหนด มี 3 ตัวอย่างที่เกินมาตรฐาน โดยมีการผสมสารทั้ง 2 ชนิดในระดับ 148.61 มก./กก.,132.33 มก./กก. และ 91.27 มก./กก.และมีเพียง 1 ยี่ห้อที่ไม่ได้มีการผสมสารทั้ง 2 ชนิดแต่อย่างใด โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ของ มพบ. ได้ที่ www.chaladsue.com อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบเพิ่มเติมไม่พบว่ามีการผสมสีลงไปแต่อย่างใด


 “เราพบว่าผลิตภัณฑ์ทั้งหมดมีการแสดงข้อมูลการใช้สารกันบูดทั้ง 2 ชนิดไว้ในฉลากโภชนาการเพียง 6 ชนิดเท่านั้น แต่ปัญหาคือ พบว่าฉลากข้อมูลโภชนาการระบุรายงานส่วนผสมสารไนเตรท และไนไตรท์เป็นรหัสตัวเลขทำให้ประชาชนไม่สามารถทราบได้ว่าแท้จริงแล้วเป็นอะไร ดังนั้นจึงอยากให้มีการประปรุงแก้ไขเพื่อให้ผู้บริโภคมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจซื้อไส้กรอกมารับประทาน ซึ่งจากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าไส้กรอกหลายยี่ห้อมีเจ้าของหรือผู้ผลิตเดียวกัน” น.ส.มลฤดี กล่าว


 น.ส.สารี อ๋อง สมหวัง เลขาธิการ มพบ. กล่าวว่า การรับประทานในปริมาณมากเกินไปอาจทำให้เกิดผลเสียต่อการทำงานของระบบทางเดินอาหาร ท้องเสียรุนแรง ยิ่งผู้ที่มีอาการแพ้อาจส่งผลต่อระบบหายใจ ทำให้หัวใจเต้นเร็ว หมดสติหรือเสียชีวิตได้ และที่ผ่านมาองค์การอนามัยโลกได้ออกมาเตือนว่าการรับประทานอาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์เช่น เบคอน ไส้กรอก แฮม ในปริมาณมากเกินไปอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งลำไส้ได้ ดังนั้น ขอให้ประชาชนเลือกรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ และตรวจสอบข้อมูลโภชนาการทุกครั้งหลีกเลี่ยงการรับประทานกลุ่มที่มีการผสมสารกันบูดในอัตราที่เกินกำหนด หรือไม่ควรมีการผสมสารดังกล่าวเลย


 อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ มพบ.จะมีการส่งหนังสือไปยังบริษัทที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์เพื่อแจ้งผลการทดสอบและขอให้มีการปรับปรุงการใช้สารผสมในอาหารให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด รวมถึงส่งหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้มีการติดตามตรวจสอบ และควบคุมผลิตภัณฑ์เหล่านี้ให้ได้มาตรฐานด้วย


ที่มา:http://www.doo-deedee.com/5997