
…หลังจากศึกษาค้นคว้ามาเป็นระยะเวลายาวนาน ทั้งงานวิจัย ทั้งแง่กฎหมาย ในที่สุด นายแพทย์ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับสุขภาพมาแล้วหลายเล่ม ก็ได้เวลาประกาศข้อมูลที่สำคัญยิ่งต่อมนุษยชาติในยุคปัจจุบันและอนาคตซึ่งกำลังถูกคุกคามอย่างรุนแรงจากโรคมะเร็ง…
“กัญชา คือยารักษามะเร็ง
โรคมะเร็งอาจหายได้ด้วยกัญชา
แนวทางใหม่ของการรักษา เพื่อทุกชีวิตไม่สิ้นหวัง”
คำโปรยที่เปี่ยมด้วยความหวัง แล้วเราล่ะ พร้อมหรือยังที่จะเปิดใจรับฟังข้อมูลนั้น…
โรคมะเร็งอาจหายได้ด้วยกัญชา
แนวทางใหม่ของการรักษา เพื่อทุกชีวิตไม่สิ้นหวัง”
คำโปรยที่เปี่ยมด้วยความหวัง แล้วเราล่ะ พร้อมหรือยังที่จะเปิดใจรับฟังข้อมูลนั้น…
คุณหมอที่ผ่านการเขียนหนังสือแนะนำทางสุขภาพมาหลายเล่ม กล่าวว่า
จริงๆ เราสนใจเรื่องโรคมะเร็งมาหลายปีแล้วนะ เพราะเมื่อก่อนน้องชายเราเป็นมะเร็ง เราก็พยายามหาทุกวิถีทางเพื่อที่จะช่วยน้อง จนคุยกับหมอที่รักษามะเร็งจนไม่รู้เรื่องเลย เพราะเขาไม่ฟังเรา เราเอางานวิจัยใหม่ๆ ไปให้เขาดู เขาไม่สนใจ แล้วพอเราไปศึกษาอย่างละเอียด จึงได้รู้ว่าโดยส่วนตัว เราพึ่งหมอรักษามะเร็งไม่ได้แล้ว เราไม่ได้ไปดูถูกหมอหรือดิสเครดิตเขานะครับ แต่ในแพทย์แผนปัจจุบันมันมีข้อบังคับในการรักษาของเขา เขาออกนอกกรอบเดิมไม่ได้ แต่ถ้าออกนอกกรอบเขาโดนฟ้อง เพราะฉะนั้น ถ้าเราจะรักษาโรคมะเร็งให้หาย ทำได้ ซึ่งจากที่ผมศึกษามาตลอด 4-5 ปี ผมรู้มานานแล้วแต่ไม่กล้าเขียน แต่ถึงตอนนี้มันจำเป็นแล้วที่ต้องบอกให้คนไทยรู้ว่าจริงๆ แล้ว กัญชารักษามะเร็งได้และดีด้วย เขาวิจัยมาแล้วว่ากัญชาทำลายเซลล์มะเร็ง โดยไม่มีผลต่อเซลล์ปกติ มียามะเร็งชนิดไหนบ้างที่ทำได้แบบนี้ มีแต่กัญชาเท่านั้นที่ทำได้ ทำลายเฉพาะเจาะจง โดยที่เซลล์อื่นไม่เป็นอะไรเลย
คนป่วยเป็นมะเร็งในแต่ละปีเสียชีวิตเป็นแสนคน คุณจะยอมปล่อยไปมั้ย ญาติคุณก็เสียไปแล้ว คนที่รู้จักทยอยล้มตายกันเป็นแถว หมอในกระทรวงก็ตายกันเป็นแถวเป็นโรคมะเร็งตาย ผมเคยเจอผู้ป่วยที่ลูกเป็นผู้เชี่ยวชาญมะเร็งทั้ง 2 คนเลย ยังเอาชีวิตพ่อไม่ได้เลย พอรู้ว่าพ่อเป็นมะเร็งนี่คือร้องไห้เลย ถ้าคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญแล้วเอาชีวิตพ่อไว้ไม่ได้ แสดงว่าวิธีการที่ใช้มันผิดแล้ว คุณต้องออกนอกกรอบแล้ว สะท้อนวิธีการในแบบปัจจุบันอาจจะไม่ใช่คำตอบแล้ว นี่คือที่มาของหนังสือเล่มนี้เลย แล้วโรคมะเร็งจริงๆ รักษาให้หายขาดได้ ง่ายๆ โดยสามารถทำเองที่บ้านก็ได้ และที่สำคัญที่สุดคือคนไทยสามารถทำยารักษามะเร็งที่บ้านได้ อันนี้คือข้อความที่เราอยากจะบอกเลย คนไทยต้องรู้เรื่องนี้
• พอเริ่มลงมือเขียนแล้ว คุณหมอมีการหาข้อมูลมาอ้างอิงเพิ่มยังไง
สำหรับข้อมูล เราได้จากทั้งต่างประเทศและในประเทศ อย่างข้อมูลจากคนไทยที่ใช้กัญชามาเป็นยารักษามะเร็งเราก็มีนะ เพราะว่ามีหมอคนไทยที่ใช้กัญชาในการรักษา มีมาก่อนหน้าผม อันนี้ต้องยอมรับเลย แล้วก็มีกลุ่มพวกเภสัชกรที่เขาใช้กันแบบลับๆ เพราะมันผิดกฎหมายและไม่กล้าบอกใคร ฉะนั้น จึงได้ใช้ในกลุ่มเล็กๆ และคนไข้ก็ต้องปิดบังวิธีการรักษาด้วย แต่เรื่องนี้คนทั่วไปไม่รู้ จะรู้กันเฉพาะในวงแคบๆ แค่นั้นเอง อาจจะมีคนทั่วไปบางส่วนที่เป็นข้าราชการเก่า เป็นตำรวจที่พอทราบ ซึ่งมันก็ประมาณ 10 ปีขึ้น ที่คนไทยใช้กัญชาเป็นยารักษามะเร็ง แต่หมอแผนปัจจุบันหรือหมอรักษามะเร็ง เขาไม่เคยได้ยินเรื่องพวกนี้ เพราะฉะนั้นถึงได้บอกว่า เราคงต้องพูดกันจริงๆ จังๆ แล้ว เนื่องจากต่างประเทศเปิดเผยข้อมูลหมดแล้ว เขาจดสิทธิบัตรหมดแล้ว เมื่อก่อนถ้าไม่มีการจดสิทธิบัตร บริษัทยาจะมาบอกเราว่า เราไม่มีข้อมูล แล้วพอข้อมูลชัดขนาดนี้ คงไม่มีใครกล้ามาเถียงผมแล้วล่ะว่ากัญชารักษามะเร็งไม่ได้ผล
• เขาว่ากัญชาเป็นยาเสพติด สำหรับคุณหมอ มองว่ามันเป็นอะไร
ก็เป็นสมุนไพรธรรมดา ที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทบ้าง ไม่ต่างจากเหล้าเบียร์ ชัดเจน แล้วผลเสียก็น้อยกว่าเหล้าเบียร์ เพราะกินเหล้าเบียร์ มันมีผลทำให้เป็นมะเร็ง เมื่อก่อนเขาวิจัยผิดว่ากัญชาทำให้เป็นมะเร็ง แต่วิจัยล่าสุดว่า เขาใช้กัญชารักษามะเร็งได้ คนไข้เป็นมะเร็งปอด ใช้กัญชายังดีขึ้นเลย ใช้รักษาหอบหืดได้ด้วย ตอนนี้ข้อมูลอยู่ในอินเตอร์เน็ตเขารู้กันหมด มีแต่ประเทศไทยไม่รู้ เพราะไม่ค่อยอ่านภาษาอังกฤษ แล้วข้อมูลที่แชร์ไปมา ดันอ่านไม่ออก มันเลยต้องมีภาษาไทย
• ความคิดที่ว่า กัญชาเป็นยาเสพติด มันเริ่มมาจากไหน
ในทางกฎหมาย มันเริ่มมาจากอเมริกา พูดง่ายๆ คือเป็นนโยบายเชิงเหยียดผิว ในการใช้กัญชาเป็นเครื่องมือในการจัดการผู้อพยพของเขา ทั้งพวกคนผิวสีหรือพวกเม็กซิกัน มันเป็นเรื่องการเมือง แล้วตอนนั้นที่ออกกฎหมายมา น่าจะช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 นิดหนึ่ง เพราะถ้าเราไปดูข้อมูลดีๆ แล้ว เราจะเห็นได้ว่า ก่อนหน้านั้นที่จะยกเลิกในอเมริกา กัญชาเป็นยาที่ถูกกฎหมาย แล้วหมอที่นั่นก็ใช้กัญชามารักษาโรคตั้งนานแล้วด้วย แต่เวลาต่อมา พอเขาออกกฎหมายมา หมอคัดค้าน แต่นักการเมืองเขาไม่ฟังไง นี่คือปัญหา จนตอนหลังก็ค่อยๆ เปลี่ยนมากขึ้น คือพูดง่ายๆ ว่า ประเทศอเมริกา ในแต่ละมลรัฐ มันมีกฎหมายย่อยภายในมลรัฐ มันเลยใช้กฎหมายแบบนี้ แต่มันจะค้านกับกฎหมายของประเทศ เนื่องจากอเมริกามันมีกฎหมาย 2 ระดับ คือมีระดับบนกับระดับล่างของแต่ละมลรัฐ ตอนนี้มันค้านกันอยู่นะ แต่ปัจจุบันนี้ตีความว่า แต่ละรัฐใช้ได้ แล้วในทางประวัติศาสตร์ มีเรื่องเล่ากันมาว่า นักการเมืองเป็นเจ้าของบริษัทเบียร์ แล้วเขาคัดค้านไม่ให้กัญชาถูกกฎหมาย เพราะเขารู้ว่าจะเกิดผลกระทบอะไรขึ้น ถ้ากฎหมายผ่านปุ๊บ ยอดขายของเบียร์ยอดจะตกเลย นี่คือผลที่เกิดขึ้น
• ถือว่าเป็นเรื่องยากเช่นกัน ตราบใดที่กฎหมายฉบับปัจจุบันยังคงใช้อยู่
ผมถึงบอกว่า ผมเขียนหนังสือเล่มนี้ เพื่อให้สังคมรับทราบเลยว่า มันใช้ได้ผลจริงๆ พูดง่ายๆ คือ บ้านไหนมีคนเป็นมะเร็ง แทบจะล้มละลายทางเศรษฐกิจเลย คุณไปดูสิ หมดกันเป็นล้านๆ หมดกันจนต้องขายบ้าน แล้วรัฐบาลจะใจดำต่อไปอย่างงี้เหรอ คือข้อมูลตอนนี้มันชัดเจน เขามีข้อมูลวิจัยในอังกฤษว่า เด็กอายุ 15 ปี 2 พันกว่าคน ถามว่าเคยสูบกัญชามั้ย แล้วใช้บ่อยขนาดไหน เขาเปรียบเทียบกันระหว่างกลุ่มที่ใช้กว่า 50 ครั้ง ว่ากันง่ายๆ คือสูบกันทุกอาทิตย์ แล้วเทียบกับคนที่ไม่ใช้ ปรากฏว่า ผ่านไป 1 ปี ไปวัดผลการเรียนและผลไอคิว ปรากฏว่าไม่แตกต่าง ก็แสดงว่ากัญชาไม่ได้มีปัญหาตรงไอคิวเด็กนะครับ และไม่มีผลต่อประสิทธิผลในการเรียนด้วย ฉะนั้น สิ่งที่เคยเชื่อ มันเรื่องหลอกลวงทั้งนั้น พูดตรงๆ คือเขาสร้างข้อมูลหลอก แล้วตอนนี้เขากลับหันหลังแล้ว เราจะไม่กลับหันหลังตามไปเหรอ
ทั้งที่บ้านเขาต้องเสียค่าไฟปลูกกัญชา เพื่อมารักษาโรค แต่บ้านเรา แดดฟรี ของฟรี น้ำดี อากาศดี ดินก็ดี แล้วขายได้ราคาด้วย คุณรู้มั้ยว่า กัญชา 6 ต้น มีราคาเท่าไหร่ พอสกัดออกมาแล้ว เป็นต้นเนี่ย ราคา 1 แสน 4 หมื่นบาท พอเขาขายที่อเมริกาตอนนี้ แล้วรักษามะเร็งหายด้วย ผมถามว่าแล้วคนไทยจะทำอะไร ถ้าไม่ปลูกกัญชาขายฝรั่ง แค่ได้ต้นละ 5 พัน ก็เอาแล้ว ฝรั่งมันวิจัยว่าถ้าใช้แสงเนี่ย ต้องใช้ความยาวคลื่นเท่าไหร่ ใช้หลอดไฟประเภทไหน กัญชาถึงจะขึ้นดี สร้างสารที่ฆ่ามะเร็ง ออกฤทธิ์ได้ดี แต่ประเทศไทย มีทุกแบบเลย เราไม่ต้องไปใช้หลอดไฟหรอก คลื่นจากแสงอาทิตย์นี่แหละ กัญชาชอบมาก เพราะสร้างสารในการฆ่ามะเร็งได้ดีมาก คุณไม่ต้องไปใช้หลอดไฟเลย ผมเลยบอกว่าถ้าประเทศไทยไม่ให้กัญชาถูกกฎหมาย เป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์เลย แต่ก็มีคำถามเช่นกันว่า ทำไมประเทศไทยไม่ได้ทำวิจัยเรื่องกัญชาซะที เพราะว่ามันผิดกฎหมายไง ซึ่งถ้าไม่เอากัญชาออกจากกฎหมายยาเสพติด นั่นหมายความว่า จะไม่มีใครสามารถทำงานวิจัยได้เลย
• สมมุติว่าให้กัญชาถูกกฎหมาย คุณหมออยากให้เป็นยังไงครับ
ง่ายๆ เลย คุณทำยังไงกับบุหรี่หรือเหล้า คุณก็ทำแบบเดียวกัน คุณจะห้ามเด็กใช้ ห้ามเด็กสูบหรือห้ามขายให้เด็ก ผมก็ไม่เห็นคัดค้านเลย ยกเว้นในกรณีที่มีใบสั่งแพทย์ มันจำเป็นต้องใช้ คือสมมุติว่าเด็กมันชักมาตั้งแต่เกิด คุณจะไม่ให้เขาใช้ได้ยังไง แต่ต้องขายในรูปดอกกัญชาแห้ง เพราะมันติดสิทธิบัตรยา ร่างกฎหมายที่เขียนๆ มานั้น มันเขียนเพื่อยกประเทศให้เราเป็นทาสบริษัทยาฝรั่ง บริษัทยาญี่ปุ่น เขาเขียนเพื่อเอื้อให้กับบริษัทยาแผนปัจจุบัน ซึ่งมันจดสิทธิบัตรอยู่ ต่อให้เขียนอย่างงี้ แต่สามารถเอามาขายยาในไทยได้มั้ย ก็ยังไม่ได้อยู่ดี เพราะยายังวิจัยไม่เสร็จ เพราะฉะนั้น กฎหมายที่ให้กัญชาเป็นยาทางการแพทย์ ต้องเขียนชัดเจน อันนี้เขียนย้ำไปเลยนะ ต้องย้ำชัดเจนว่า ต้องให้จำหน่ายเป็นดอกกัญชาแห้ง หรือส่วนอื่นที่แห้ง พูดง่ายๆ คือเป็นสมุนไพรเท่านั้น อาจจะแปรรูปก็ได้ แต่จะมีปัญหาในเรื่องของการขึ้นทะเบียนอีก เพราะมันมีเรื่องกฎหมายเรื่องของยาอีก มันก็จะมีปัญหาว่าคุณไม่เคยมีประวัติศาสตร์หรือในคัมภีร์ว่ากัญชาใช้รักษาโรคมะเร็งได้ คุณไปขอขึ้นทะเบียนกับกระทรวง คุณก็ไม่ให้ขึ้นเหมือนเดิม เพราะติดสิทธิบัตรและกฎหมายครับ
เพราะฉะนั้น แก้กฎหมายต้องใช้สมองครับ ใช้ความรู้ เพราะตอนนี้คนเขียนกฎหมายเขาไม่เข้าใจ กฎหมายที่ออกมาใหม่ต้องให้ขายเป็นสมุนไพรที่ยังไม่แปรรูป ซึ่งเป็นแบบเดียวกับที่ประเทศอื่นทำอยู่ เพราะเขาขายแบบนั้น คนไหนเข้าใจว่าขายเป็นแบบปัจจุบัน คุณเข้าใจผิดแล้ว กัญชาในทางการแพทย์ เขาใช้เป็นดอกแห้ง เป็นสมุนไพรที่ยังไม่แปรรูปเลย ไม่งั้นจะเป็นกฎหมายอะไรก็ไม่รู้อีก มันก็เหมือนเดิมอีก สมมุติว่า คุณไปรับใบสั่งยาที่อเมริกานะ คุณไปที่ร้านขายยา เขาให้เป็นดอกกลับมานะ ต้องเข้าใจด้วย คือไปที่อื่น ประเทศอื่น เขาให้เป็นดอกกัญชาคุณมา
• แน่นอนว่า หนังสือเล่มนี้ออกมา ก็ต้องเจอคนที่ไม่เข้าใจอยู่ คุณหมอรู้สึกยังไง
ตอนนี้ยังไม่มีใครออกมาด่าผมสักคนเดียว เพราะคนที่อ่านหนังสือเล่มนี้ไป โทรมาคุยและปรึกษา และแย่งกันซื้อด้วย ตอนนี้ก็เป็นหนังสือขายดีเพียงไม่กี่วันของศูนย์หนังสือ อย่างของซีเอ็ดตอนนี้ไต่อันดับไปเรื่อยๆ แล้ว ตอนนี้ซีเอ็ดขึ้นป้ายว่าไม่มีของขายแล้วนะครับ ของเกลี้ยงเลย ผมเสียดายผู้บริหารหรือของประเทศเอง หลายท่านเป็นมะเร็ง ผมเสียดายความรู้ที่จะได้รับจากท่านเหล่านั้นนะ ถ้าท่านจะต้องไปเพราะโรคมะเร็ง คือถ้าท่านหมดทางเลือกจากแผนปัจจุบัน ผมว่ากัญชาน่าจะช่วยชีวิตท่านเหล่านั้นได้บางส่วน ถึงแม้ว่าจะช่วยชีวิตไม่ได้มากก็ตาม ผมเจอคนหลายคนทั้งข้าราชการหรือญาติหลายคน ตำรวจ ทหาร อัยการ ผู้พิพากษา นักการเมือง เขามีความจำเป็นต้องใช้ตัวนี้ แต่เขาไม่กล้าออกมาพูด แต่เขาใช้กันอย่างลับๆ
ส่วนสิ่งที่อยากบอก ผมคิดว่าคนไทยเลิกตายจากโรคมะเร็งได้แล้ว ผมคิดว่าอย่างน้อยน่าจะช่วยได้ครึ่งหนึ่ง จากผู้ป่วยมะเร็งที่เป็นอยู่ แต่ข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่ตอนนี้ กัญชามันสามารถใช้ได้กับสารพัดโรคมะเร็งเลย มีข้อมูลงานวิจัยได้ 100 ฉบับเลย อย่างล่าสุดของเกาหลี กัญชาดีกว่ายาบำบัดที่รักษาโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร คุณคิดดู ประเทศรอบบ้านเขาตื่นตัวกันหมดแล้ว ญี่ปุ่นผิดกฎหมายเขายังจดสิทธิบัตรยา แล้วเขาจะมาขายยาในบ้านเรา อันนี้หมายความว่าไง คุณปลูกได้ แต่คุณไม่มีสิทธิบัตร คุณก็เป็นขี้ข้าเขาสิ
ที่มา :http://www.ruk-yim.com/6350
No comments:
Post a Comment